เปิดชีวิต “ครูเล็ก ภัทราวดี” ช่วงนึงเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอาการหนักมาก

เปิดชีวิต ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ห่างหายจากละครไปนานมาก ที่เจ้าตัวกลับมารับงานละครอีกครั้งกับเรื่อง เลือดข้นคนจาง ที่ตอนนี้เรียกได้ว่าเนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น แฟนๆ ติดกันงอมแงมเลยทีเดียว

เปิดชีวิต สำหรับ ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน ที่เจ้าตัวกลับมารับงานละครอีกครั้งกับเรื่อง เลือดข้นคนจาง ที่ตอนนี้เรียกได้ว่าเนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น แฟนๆ ติดกันงอมแงมเลยทีเดียว ล่าสุด ครูเล็ก ได้มาเปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ

เปิดชีวิต

เหตุผลคืออะไร ทำไมครูเล็กจึงตัดสินใจรับละครเรื่องนี้ (เลือดข้นคนจาง)?

ครูเล็ก : “คือเวลาเราจะทำอะไรกับใครเราต้องมีการถูกใจนะคะ แล้วก็ต้องมีการชื่นชม ครูเนี่ยจะชื่นชมย้ง ก็เห็นงานแล้วก็อาจหมดอะไรแบบนี้ แล้วก็เห็นว่าเด็กคนนี้ฉลาดนะ เรียกได้ว่าเขาเป็นสมบัติของประเทศเลยนะ เขาเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าสนใจ แล้วเราก็อยากรู้จักเขา อยากทำงานกับเขา อยากจะรู้ว่าเขาคิดยังไง พอเขาติดต่อมาก็เลยตอบตกลง ตอนที่ตอบรับก็ยังไม่ได้อ่านบท เขาก็บอกว่าเล่นเป็นอาม่า

เราก็ว่าดีเพราะเกิดมายังไม่เคยเล่นเป็นอาม่า แล้วก็ค่อนข้างน่าสนใจที่เราจะได้มีโอกาสเข้าไปใกล้ชิด อาม่า ที่เราควรจะต้องรู้จัก พอเข้าไปคุยกับเขา เราก็สนุก คือความสุขของอาม่าทั้งหมดก็คือลูกหลาน ถ้าเลี้ยงไม่ดีก็จะโตไปเป็นพลเมืองที่ไม่ดีของประเทศ ด้วยตัวบทด้วยอะไรหลายๆอย่างทำให้น่าสนใจ”

เห็นว่าเล่นยาก ระดับครูเล็กยังต้องหลายเทคเลยจริงไหม?

ครูเล็ก : “ตั้งแต่ฉากแรกเลยค่ะ ผู้กำกับเทค 10 หน แล้วมันเป็นฉากยาวๆด้วยนะ เราก็ไม่เข้าใจ ว่าจะเล่นยังไง ตอนนั้นเราเล่นเหมือนกันหมด เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะยังไง แล้วเราก็ไม่ได้อยู่กับทีวีมานานพอสมควร ต้องบอกว่าโคตรของความเหนื่อยเลย แต่ว่ามันกลับทำให้เราเนี่ยแข็งแรงขึ้น ทั้งจิตใจ ทั้งสมาธิ ทั้งร่างกาย มันเหมือนกับเราได้ยกเวท ได้ปรับอะไรในตัวเอง เราเป็นคนเล่นเราจะไม่เห็นแต่ผู้กำกับเป็นคนดูเขาจะเห็น

หรือบางทีเราหันเร็วไป เพราะเรามาจากละครเวที อาม่าก็ต้องหันช้านิดนึง ก็เลยแบบขออีกนิดนึงอะไรประมาณนี้ แต่ที่ร้ายที่สุดคือ มีบทนึงวันนั้นอาม่านอนอย่างเดียว เราก็คิดในใจแล้วว่าวันนี้หวานหมูนะ แต่ปรากฏว่าเทค เพราะว่าหน้าย่น ก็เลยบอกว่าโยมฉัน 70 แล้วนะ ไม่ได้โบท็อกซ์ไม่ได้อะไรนอนยังไงมันก็ต้องย่น เราก็เลยต้องนอนยังไงให้มันดูสบาย ดูผ่อนคลาย นอนแล้วนะสวย อันนี้ต้องขอบคุณย้งจริงๆ นะ”

บทนี้คนละขั้วกับตัวจริงของครูเล็กขนาดไหน?

ครูเล็ก : “จริงๆ มันก็ไม่ได้ขัดนะคะ แต่ด้วยความที่เราเป็นหญิงทำงาน แล้วเราก็มีสังคม แล้วสังคมของเราก็จะแตกต่างกับอาม่า อย่างอาม่าเนี่ยเขาก็จะสนใจแค่ลูกหลาน คนนู้นเรียนจบอะไร หรือแต่งงานกับใครอย่างนี้ แต่เราเนี่ยจะไม่สนใจเรื่องพวกนั้น ก็จะมองโลกคนละมุมกัน เพราะเราจะมองได้หยิ่งทำงานอีกแบบหนึ่ง จริงๆ แล้วการที่เราเข้าไปเป็นตัวละครเนี่ย อะไรก็ตามที่มันไม่ใช่มันจะทำให้เรารอบรู้โลกเยอะมากขึ้น

และเข้าใจมนุษย์มากขึ้น ว่ามนุษย์แต่ละคนเขารู้สึกยังไง แล้วเราก็จะไม่โกรธ เหมือนเราเห็นหัวใจเขา เพราะฉะนั้นแล้วการเป็นตัวละครเนี่ยมันจะยิ่งใหญ่ตรงนี้แหละ ไม่ใช่ว่ามาทำงานแล้วเป็นดาราหรืออะไรไม่ใช่นะ มันได้ศึกษาชีวิตมนุษย์ แล้วมันจะทำให้เราเป็นมนุษย์ที่นุ่มลึกขึ้น มีความเมตตา มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมาก”

ชีวิตจริงของครูเล็กตอนนี้ทำอะไรบ้าง?

ครูเล็ก : “ก็ตอนที่ครูอายุ 60 แม่บอกว่าแก่แล้วให้ทำอะไรเพื่อแผ่นดิน แล้วพอดีเราไปหัวหิน แล้วเขาจะเช่าที่เราทำโรงลิเก เราก็เลยมองดูว่าตรงนี้น่าอยู่จังเลย ก็เลยคิดอยากจะทำโรงละครให้เขาเล่นลิเก พอทำเสร็จลิเกก็วิ่งหนีไปเลย เพราะมันเวอร์วังอลังการเกินไป เขาก็ไม่กล้ามาเล่น เราก็เลยทำเป็นโรงเรียนสอนการแสดง ทำเป็นโรงเรียนประจำ

แล้วก็มีการสอนหนังสือ เป็นสามัญศึกษา ไม่ใช่โรงเรียนสอนการแสดงนะ แล้วเราก็จะสร้างเด็กๆโดยใช้ศิลปศาสตร์ทำให้เขาอยากเรียนหนังสือ ใช้ศิลปศาสตร์ทำให้เขามองเห็นมุมต่างๆของการมองโลกมนุษย์ แล้วก็สอนให้เขารู้ว่าวิชาที่เขาเรียนสามารถนำเอามาใช้ในการดำรงชีวิตอย่างไร ตอนนี้ก็ผลิตไป 4-5 รุ่นแล้วค่ะ”

เปิดชีวิต

ก่อนที่จะมาถึงความสำเร็จด้วยวันนี้ “ครูเล็ก” เคยคิดฆ่าตัวตายจริงไหม?

ครูเล็ก : “ถ้าตายเสียดายแย่เลย คือเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ จริงๆ โรคนี้มันเป็นโรคที่เขาเป็นกันมาตั้งนานละ ซึมเศร้าเราไม่เคยรู้ว่ามันเกิดจากอะไร แต่ตอนนั้นที่เราเป็นเราเลยรู้ ว่ามันเกิดจากการที่เราทำแต่งาน แล้วไม่เคยโผล่หน้าไปดูหนัง หรือดูละคร หรือไปฟังเพลงอะไรเลย พอทำแต่งานเนี่ยสิ่งที่เรามีอยู่มันถูกรีดไถออกไปหมด แบบไม่เหลืออะไร แล้วเราก็คิดอะไรไม่ออก เราก็เลยยิ่งเครียด พอเครียดมากๆ ก็กลายเป็นโรคซึมเศร้า

แล้วเราก็ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเราจะคิดอะไรไม่ออก แล้วเราก็โกรธมากที่คิดอะไรไม่ออก ก็พยายามทำงาน แล้วเราก็ป่วยอยู่เป็นปี แล้วก็อยากจะหนีทุกข์ อยากหลับ ต้องบอกว่าคนเป็นทุกข์ก็อยากจะหนีทุกข์ แล้วก็หนีทุกข์ด้วยการกินยานอนหลับ ตอนแรกแค่เม็ดสองเม็ด ผ่านไปก็ 5 เม็ด 10 เม็ด คือกินเป็นอาหารเย็นไปเลย แต่มันก็ดีนะที่ยังไม่ตาย”

แล้วหายจากโรคซึมเศร้าได้ยังไง?

ครูเล็ก : “ยังโชคดีที่ตอนนั้นเราไปเจอเพื่อนคือ “คุณจรัญ” ซึ่งเป็นผู้จัดการของวง Impossible สมัยก่อนนี้ เขาบอกว่าเขาไปนั่งสมาธิ เขาก็แนะนำเราไป แบบใช้ธรรมะเข้าช่วย ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าอะไรก็ได้ที่ฉันจะหาย เพราะว่าเรามีความรู้สึกว่า การที่เราเป็นแบบนี้มันน่ารำคาญตัวเอง เวลาเราไปคุยกับใครก็จะเห็นเขาวิ่งหนีไปเลย เพื่อนๆก็จะหนีหมดนะ เหลือแต่แบงค์ที่มาเยี่ยมเรา เพราะเราเป็นหนี้เขาไง ก็ไปปฏิบัติอยู่พักหนึ่ง แล้วก็กลับมาบ้านเราก็ยิ้ม คนรอบข้างก็ทัก …

ออม สุชาร์ ฉลองรัก “แอมป์” ครบ 1 ปี ช่วยกันกินเค้กก้อนเล็กๆ เรียบง่ายสไตล์เรา

ออม สุชาร์ ฉลองครบรอบ 1 ปีครั้งนี้ ทางด้านของนางเอกสาวก็ได้ถือโอกาสโพสต์ภาพถ่ายสุดน่ารัก ขณะที่เธอและหนุ่มแอมป์กำลังช่วยกันกินเค้กช็อกโกแลตก้อนเล็กๆ

ออม สุชาร์ มานะยิ่ง และ แอมป์-พิธาน องค์โฆษิต เวลาผ่านไปรวดเร็วจริงๆ เพราะเพียงแค่แป๊บเดียวก็ครบรอบ 1 ปีแล้ว สำหรับความรัก นับตั้งแต่ทั้งคู่ออกมาเปิดตัวผ่านสื่อว่ากำลังคบหาดูใจกันอย่างเป็นทางการ จนกลายเป็นข่าวดังครึกโครมที่หลายคนให้ความสนใจ

 ออม

ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี ที่ผ่านมา ทั้งคู่เลือกที่จะใช้วิธีสานสัมพันธ์กันแบบเรียบง่ายและไม่หวือหวา แต่ก็แอบมีโมเมนต์หวานๆ ให้แฟนๆ ได้เห็นกันบ้างตามประสาคู่รักทั่วไป

โดยในวันฉลองครบรอบ 1 ปีครั้งนี้ ทางด้านของนางเอกสาวชื่อดัง ออม สุชาร์ ก็ได้ถือโอกาสโพสต์ภาพถ่ายสุดน่ารัก ขณะที่เธอและหนุ่มแอมป์กำลังช่วยกันกินเค้กช็อกโกแลตก้อนเล็กๆ ภายใต้บรรยากาศสุดโรแมนติก พร้อมกับเขียนแคปชั่นประกอบเอาไว้ว่า

“เรียบง่ายสไตล์เรา 555 กินไปคุยไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมา 1 ปี กับหลากหลายความรู้สึก”

“ขอบคุณที่ยังเป็นแบบเดิม ตั้งแต่วันที่รู้จักกันวันแรกนะคะ”

ขณะเดียวกันไฮโซหนุ่มรูปหล่ออย่าง แอมป์ พิธาน ก็ได้โพสต์ภาพความน่ารักดังกล่าวลงอินสตาแกรมของตนเองเช่นเดียวกัน รวมถึงยังเขียนข้อความสั้นๆ แต่เอ่อล้นไปด้วยว่าความเอาไว้ด้วยว่า “Happy anniversary”

พอได้มาเห็นภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มของทั้งคู่แบบนี้แล้ว แฟนๆ อย่างเราก็อดที่จะแฮปปี้ตามไปกับความรักของ ออม – แอมป์ ไม่ได้จริงๆ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

หุ่นสวยสุขภาพดี ! “ครูเชอร์” เทรนเนอร์โยคะสุดแซ่บดีกรีพยาบาล

หุ่นสวยสุขภาพดี ! เรียกได้ว่าเป็นเทรนเนอร์สาวที่หุ่นแจ่มเหลือเกิน สำหรับ “เชอรี่” ไพลิน คู่อรุณยสุนทร ครูสอนโยคะที่กำลังเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์

หุ่นสวยสุขภาพดี ! สำหรับ ครูเชอรี่ ถือเป็นเทรนเนอร์ที่มีดีกรีไม่ธรรมดา เพราะนอกจากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องเกี่ยวกับโยคะมากว่า 4 ปี แล้ว เธอยังเคยเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลชื่อดังมากกว่า 10 ปี

หุ่นสวยสุขภาพดี

แถมการสอนของเธอก็เป็นสไตล์ที่สนุกเข้าใจง่าย และสามารถทำตามเองได้ที่บ้าน โดยมีการเปิดคอร์สเรียนโยคะแบบออนไลน์ ซึ่งล่าสุดเธอได้รับเชิญไปออกรายการทีวีดังอย่าง “ตีสิบเดย์”

โดยใครที่สอนใจ และอยากลองทำตามก็สามารถไปติดตาม ครูแซ่บรายนี้ได้ที่เพจ Yoga Style By Kru’Cher

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เขาใหญ่ ร้อนมาก “ใหม่ สุคนธวา” ใส่บิกินี่สีแดง เซ็กซี่ล้นขอบสระ

เขาใหญ่ ที่ไม่ธรรมดา เพราะภาพที่ออกมาลุกเป็นไฟอย่างที่ใหม่บอกจริงๆ แถมมีถามแฟนๆ ด้วยว่า “เขาใหญ่ กับ เราใหญ่ อันไหนน่าไปกว่ากัน?”

เขาใหญ่ ที่ไม่ธรรมดา  และคุ้นหน้าตากันดี ใหม่ สุคนธวา จากสาวใสๆ ในช่วงแรกๆ นับวันยิ่งทวีความเซ็กซี่ แถมเรื่องการเรียนก็ไม่ทิ้ง เพราะจบถึงปริญญาโทด้วย เป็นดาราสาวเซ็กซี่ที่อยู่ในวงการบันเทิงมานาน และคุ้นหน้าตากันดี

เขาใหญ่

และยังมีผลงานในวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง ทั้งผลงานละครและพิธีกร เป็นสาวที่ไม่เกี่ยงงาน งานเล็กงานใหญ่รับหมด โดยเฉพาะงานเซ็กซี่ที่ดีกรีความแซ่บไม่มีตก

แต่ที่เห็นภาพเซ็กซี่ของใหม่ในอินสตาแกรมล่าสุดบอกเลยว่าแซ่บสุด มาเต็มอีกแล้ว ทริปเที่ยวเขาใหญ่ที่ไม่ธรรมดา เพราะภาพที่ออกมาลุกเป็นไฟอย่างที่ใหม่บอกจริงๆ แถมมีถามแฟนๆ ด้วยว่า “เขาใหญ่ กับ เราใหญ่ อันไหนน่าไปกว่ากัน?”

เพราะทริปนี้ใหม่เลือกชุดบิกินี่สีแดงสดมาใส่เล่นน้ำ บอกเลยว่าลูกๆ หลบไป เพราะแม่มาแล้ว งานนี้ใหม่โชว์อกตู้มเซ็กซี่ล้นสระว่ายน้ำ และคอนเฟิร์มเองด้วยว่าหุ่นจริง ไม่ง้อรีทัช บ้านไม่เบี้ยวนะคะคุณผู้ชม

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

แนท เกศริน ปัดเกาะกระแส “โอ๊ค พานทองแท้” ให้กำลังใจเรื่องคดี

แนท เกศริน น้องสาวสุดเซ็กซี่ ได้โพสต์เฟซบุ๊กและไอจีให้กำลังใจพานทองแท้ จนเป็นกระแสในโลกโซเชียล พร้อมเผยคำพูดที่ได้คุยกับ โอ๊ค พานทองแท้

แนท เกศริน จากกรณีเมื่อ 10 ตุลาคม 2561 อัยการฝ่ายคดีพิเศษ4 สำนักงานอัยการสูงสุด รัชดาฯ ได้มีคำสั่งฟ้อง โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร ฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงิน ที่มีการรับเช็คจำนวน 10 ล้านบาท มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปี 2542 โดยความผิดนี้อาจมีโทษจำคุก 1-10 ปี ซึ่งมีอายุความไม่เกิน 15 ปี

แนท

ต่อมาเมื่อวานนี้ (11 ต.ค.) ศาลอาญาทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง พนักงานอัยการควบคุมตัวนายพานทองเเท้ มาเพื่อส่งฟ้องตัวต่อศาล โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวนายพานทองแท้

โดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ซึ่งศาลได้นัดสอบคำให้การนายพานทองแท้ ว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ ในวันที่ 5 พฤศจิกายน ต่อไปนั้น

“ตอนหัวค่ำ พี่โอ๊คส่งข้อความและข่าวมาให้อ่าน และได้พูดคุยว่าจะได้ประกันตัวไหม แนทก็ตอบว่าได้ดิ จะให้ไปเป็นกำลังใจให้ไหม เดี๋ยวจะเอาดอกไม้ไปให้ พี่โอ๊คก็ตอบมาว่า 555 แนททำได้แค่เพียงคุยกับพี่ให้พี่สบายใจ

ถึงอย่างไรก็หวังว่าพี่โอ๊คคงจะสบายใจไม่มากก็น้อยที่ได้คุยกับแนท ไม่ได้เข้าข้างใคร ที่เป็นกำลังใจให้พี่เพราะรู้จักพี่มานาน โดยนิสัยส่วนตัวพี่เป็นคนที่น่ารักขี้เล่นชอบอำแนทตลอด เป็นห่วงนะ”

พร้อมกับแท็กชื่อฝ่ายชายลงในข้อความด้วย จากนั้นก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์มากมาย ส่วนหนึ่งเข้าใจว่าทั้งคู่สนิทกัน เลยให้กำลังใจกัน อีกส่วนก็หาว่าแนทเกาะกระแส อีกส่วนก็ยังคงคิดว่าทั้งคู่เกินเลยกว่าคำว่าพี่น้อง

ล่าสุดทีมข่าวจึงได้โอกาสพูดคุยกับแนท เกศริน โดยเธอกล่าวว่า ตนได้มีการคุยแชทกับโอ๊ค พานทองแท้ และเพิ่งได้ทราบว่าพี่โอ๊คต้องไปขึ้นศาล ตนแค่โพสต์ในฐานะพี่น้องให้กำลังใจกัน คอมเมนต์ส่วนใหญ่ก็เข้าใจ

มีเพียงส่วนน้อยที่ยังหาว่าเกาะกระแส หรือไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ว่าเป็นแค่พี่น้องกัน ทั้งนี้ยืนยันว่าตนไม่ต้องเกาะกระแสใคร เพราะมีกระแสอยู่แล้ว และกว่าของโอ๊คด้วยซ้ำ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ฌอห์ณ จินดาโชติ พรั่งพรูความในใจ อวยพรวันเกิด “พิม-พิมประภา” ได้อบอุ่นมาก

ฌอห์ณ จินดาโชติ ได้โพสต์ภาพของนางเอกรุ่นน้อง ที่อยู่ในมุมเผลอ พร้อมด้วยข้อความอวยพรวันเกิดในทำนองว่า ขอให้ประสบความสำเร็จในชีวิต และยังชื่นชมในความพยายามของสาวน้อยคนนี้

ฌอห์ณ จินดาโชติ และอดีตหวานใจ ยิปซี-คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ ต้องยุติลง แต่กระแสความจิ้นหลังจากที่ทั้งคู่ร่วมงานกัน กลับไม่เคยลดน้อยลง นางเอกคนสวย พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร จะออกมาบอกว่าโสด และไม่ได้เป็นมือที่ 3 ทำความรัก ล่าสุดนี้ ฝ่ายพระเอกของเรา ได้อวยพรนางเอกคู่จิ้นด้วยข้อความยาวเหยียด ทำเอาแฟนคลับเข้ามาฟินกันเป็นจำนวนมาก

ฌอห์ณ

โดยหนุ่มฌอห์ณ ได้โพสต์ภาพของนางเอกรุ่นน้อง ที่อยู่ในมุมเผลอ พร้อมด้วยข้อความอวยพรวันเกิดในทำนองว่า ขอให้ประสบความสำเร็จในชีวิต และยังชื่นชมในความพยายามของสาวน้อยคนนี้ พร้อมกับปิดท้ายด้วยการบอกชื่อก่อนเข้าวงการของเธอ รวมถึงที่มาของชื่อเธอด้วย

นับเป็นการอวยพรวันเกิดที่แสนจะอบอุ่นในหัวใจจริงๆ ค่ะ งานนี้แฟนคลับต่างเข้ามาฟินกันมากมาย แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงเชื่อว่าเป็นการอวยพรแบบพี่ชาย ที่ส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้กับน้องสาว แต่ถ้าจะเปลี่ยนสถานะ แฟนๆ ก็คงไม่ขัดใจแน่นอน

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

จูบกลับใจ “แบงค์-เปรี้ยว” เล่นจริง ระดมจูบหวานปิดท้าย “ระบำมาร” ตอนจบ

จูบกลับใจ แก้แค้นแทนพี่สาวทั้งเรื่อง จนต้องมอบเปลือกทุเรียนทองคำ ยกให้เป็นนางเอกที่แฟนละครเกลียดที่สุดในสามโลกไปเลยสำหรับนางเอกสุดแซ่บ

จูบกลับใจ นางเอกสุดแซ่บ เปรี้ยว-ทัศนียา ที่โชว์สกิลการแสดงประชันรุ่นใหญ่ยุค 90 ได้แบบสวยๆ ม้วนเดียวจบ แถมยังเคมีดูเข้ากันเป็นอย่างดีกับ พระเอกสายจิก แบงค์-อาทิตย์ ที่ทั้งเรื่องหนุ่มแบงค์ตกเป็นเครื่องมือให้ทุกคนรังแก กลายพระเอกผู้น่าสงสารที่สุดแห่งปี2018ไปครอง

จูบกลับใจ

แต่งานนี้ใช่ว่าจะมีแต่ความเครียดปัญหาผัวๆ เมียๆ เท่านั้น ละครเมียหลวงยืนหนึ่ง ระบำมาร ช่อง7HD ขอทิ้งท้ายความหวานเอาใจคนผู้ชมกันบ้าง เมื่อผู้จัดตัวแม่ หนิง-ปณิตา

ขอติวเตอร์การแสดงให้เด็กปั้นทั้งสองด้วยตัวเอง บิ้วให้พระนางคู่จิ้น เปรี้ยว-แบงค์ เล่นจริงจูบจริง ชนิดที่ว่าไม่ใช่สลิง ไม่ใช่ตัวแสดงแทน แบบปากประกบปากมันซะเลย ทำเอาพระนางของเรื่อง เขินหน้าแดงกันทั้งคู่

และด้วยอินเนอร์ของทั้งคู่เรื่องการแสดงนั้น บอกเลยว่ามืออาชีพสุดๆ งานนี้ก็เลยโดนใจผู้กำกับ อี๊ด-รอน บรรจงสร้าง สั่งคัทเทคเดียวผ่านตลอด เราเลยได้เห็นซีนหวานๆ นี้ปิดท้ายละครเรื่องนี้กันอย่างสมบูรณ์แบบ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

แห่แชร์เป็นหมื่น พรีเวดดิ้งเรียบง่ายแต่งดงามของ “หนุ่มสวนยางกับพยาบาลสาว”

แห่แชร์เป็นหมื่น ผู้คนในเฟซบุ๊กพากันกดไลก์และแชร์ภาพพรีเวดดิ้งของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ซึ่งช่างภาพที่ใช้เฟซบุ๊กในชื่อ Yusree Yusohem ได้โพสต์อัลบั้มภาพพร้อมคำบรรยาย

แห่แชร์เป็นหมื่น ถ่ายพรีเวดดิ้งไม่จำเป็นต้องเช่าชุดหรูแพงๆ สถานที่เวอร์วังอลังการล้านแปด บ่าวสาวขอแค่อยากถ่ายกับชุดทำงานที่ตัวเองรัก ความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาชีพ แต่ขึ้นอยู่กับการดูแลใสใจกันและกัน

แห่แชร์เป็นหมื่น

ทั้งนี้ จากภาพถ่ายชุดดังกล่าว จะเห็นว่าเจ้าบ่าวแต่งชุดในลักษณะประกอบอาชีพเป็นชาวสวนยาง ขณะที่เจ้าสาวแต่งชุดพยาบาล จนทำให้หลายคนที่ได้เห็นภาพพรีเวดดิ้งเซ็ตนี้อมยิ้มไปตามกันๆ

ซึ่งจนถึงตอนนี้มีผู้คนในเฟซบุ๊กเข้ามากดไลก์โพสต์นี้ไปแล้วกว่า 16,000 ครั้ง และแชร์ไปแล้วกว่า 14,000 ครั้ง พร้อมกับอวยพรให้คู่หนุ่มสาวรักกันยืนยาว และชื่นชมในฝีมือของช่างภาพคนดังกล่าวด้วยเหมือนกัน

นอกจากนี้ นิตยสารฉบับหนึ่งของมาเลเซียยังนำภาพพรีเวดดิ้งของคู่บ่าวสาวคู่นี้ไปลงแล้วด้วยเช่นกัน

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

นาย ชนุชตรา ว่าที่เจ้าสาวของ”เคลลี่”เปิดให้ชมเรือนหอ ห้องแต่งตัวตกแต่งอลังการ

นาย ชนุชตรา สุขสันต์ ว่าที่เจ้าสาวของพระเอกหนุ่มรุ่นพี่ เคลลี่ ธนะพัฒน์ เพราะเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน ก็จะถึงวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันวิวาห์ของทั้งคู่แล้ว

นาย ชนุชตรา สุขสันต์ ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังตื่นเต้นแบบสุดๆว่าที่เจ้าสาวของพระเอกหนุ่มรุ่นพี่ เคลลี่ ธนะพัฒน์ อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับทั้งคู่เลยก็คือ การเตรียมเรือนหอของคู่บ่าวสาว ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับใช้เริ่มต้นชีวิตครอบครัวหลังเข้าพิธีวิวาห์

นาย

โดยล่าสุดทางด้านของ นาย ชนุชตรา ว่าที่เจ้าสาวคนสวย ก็ได้ถือโอกาสดีถ่ายคลิปวีดีโอ เปิดพื้นที่บางส่วนของเรือนหอให้แฟนๆ ได้ส่องกันแบบเต็มตา ซึ่งคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็น มุมห้องนอนใหญ่ในสไตล์เรียบหรูที่กำลังอยู่ในช่วงตกแต่ง

ก่อนจะพาแฟนๆ ย้ายไปส่องกันต่อในห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ ที่มีทั้งตู้และชั้นใส่ของแบบบิวท์อิน แถมยังติดวอลเปเปอร์กากเพชรฟรุ้งฟริ้งในสไตล์ที่เธอชอบอีกด้วย

สำหรับงานวิวาห์ของเคลลี่และน้องนาย ในวันที่ 10 ตุลาคม นี้ ฝ่ายชายได้เผยว่าจะเป็นการจัดงานพิธีไทย ซึ่งมีเพียงญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย และเพื่อนพ้องคนสนิทเดินทางมาร่วมงานเท่านั้น ส่วนงานฉลองมงคลสมรสเจ้าตัวตั้งใจไว้ว่าจะจัดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ตั๊ก บงกช ไม่เคยลืมพระคุณ เล่าความทรงจำ”น้ำพริกของแม่”ลูกภูมิใจในตัวแม่ที่สุด

ตั๊ก บงกช ถึงแม้ แม่เล็ก-ธนาภา ชีพนุรัตน์ คุณแม่ผู้เป็นที่รักของนักแสดงสาวมากความสามารถ จะจากพวกเราไปหลายปีแล้ว แต่ความทรงจำท่านยังคงมีอยู่

ตั๊ก บงกช ในเรื่องความผูกพันระหว่างแม่ลูก ของแม่เล็กกับตั๊ก ที่เรียกได้ว่าเป็นภาพจำสำหรับใครหลายต่อหลายคน ที่ไม่มักจะเห็นทั้งคู่ไปไหนไปกันตลอด นับตั้งแต่วันแรกที่ ตั๊ก บงกช ก้าวเท้าเข้าสู่วงการบันเทิง

ตั๊ก

ซึ่งนอกจากจะมีเรื่องราวความสนิทของทั้งคู่ที่เป็นเหมือนภาพจำในใจของแฟนๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักจะนึกถึง เมื่อพูดถึงชื่อของแม่เล็กนั่นก็คือ ฝีมือการตำน้ำพริกรสเด็ด เจ้าของความอร่อยระดับตำนาน ที่คนบันเทิงต่างพร้อมใจการันตีว่า รสชาติน้ำพริกฝีมือแม่เล็กนั้น ไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน

โดยล่าสุดทางด้านของลูกสาวคนเก่งอย่าง ตั๊ก บงกช ก็ได้หยิบเรื่องราวความทรงจำเกี่ยวกับ น้ำพริกแม่น้องตั๊กบงกช หรือ น้ำพริกฝีมือแม่เล็ก มาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือผ่านทางอินสตาแกรมให้แฟนๆ ได้อ่านกัน ซึ่งเธอเล่าด้วยความรู้สึกคิดถึงและไม่เคยลืมว่าเธอนั้น ภูมิใจในตัวคุณแม่คนนี้มากขนาดไหน

“ค้นเจอรูปเก่า น้ำพริกเเม่ฉันอร่อยเเละสะอาด เเม่ฉันขายน้ำพริกปลาร้าเเละน้ำพริกอื่นๆ จนซื้อรถบีเอ็มให้ฉันขับ”

“ตอนเป็นดารา ฉันอยากเลี้ยงเเม่ให้เเม่อยู่เฉยๆ เเต่เเม่ก็ทำน้ำพริกขาย นักข่าว ผู้จัดละคร ผู้กำกับต่างรู้ดีว่ารสมือเเม่ฉันอร่อย ฉันภูมิใจในตัวเเม่ และไม่สนว่าใครจะคิดยังไง ฉันได้เงินมาด้วยความสุจริต ไม่ได้มโนตัวตนให้คนอื่นยอมรับ ฉันจะเป็นอย่างนี้เเหละ”

“วันนี้ฉันเจอตราน้ำพริกเเม่ ฉันคิดถึง จึงมีเรื่องเล่าในวันนี้ อยู่กับดินตามองดาว เเต่หากไปถึงดวงจันทร์เเล้ว คงหมดอารมณ์ฝันถึง”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com