เจษ เจษฎ์พิพัฒ ลือสะพัดปม”ยิปซี”เลิก”ฌอห์ณ”เป็นเพราะคุยกับคนรักเก่า ?

เจษ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ หลังมีข่าวลือในทำนองว่า สาเหตุที่อดีตสาวคนเคยคุ้น ยิปซี-คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ ต้องเลิกกับพระเอกหนุ่ม ฌอห์ณ จินดาโชติ เป็นเพราะฝ่ายหญิงยังพูดคุยอยู่กับคนรักเก่า

เจษ เจษฎ์พิพัฒ จะออกมายืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า บุคคลดังกล่าวไม่ใช่ตนเองแล้วนั้น เจ้าตัวก็ยังบอกอีกด้วยว่า ณ เวลานี้ตนมีสาวคนที่สนิทที่พูดคุยกันอยู่แล้ว อีกทั้งความสัมพันธ์ก็ยังเป็นความสัมพันธ์แบบเรียบง่าย และเข้าอกเข้าใจกันอีกด้วย

เจษ

มีข่าวว่า ยิปซี กับ ฌอห์ณ เลิกกันแล้ว ตัวเราเองพอจะทราบรายละเอียดไหม ?
“ผมเห็นจากข่าวนี่แหละครับ แต่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันนะ เพราะผมเพิ่งรู้เมื่อคืนวานเนื่องจากมีเพื่อนส่งมาให้ดู”

ตัวเราเองรู้สึกเป็นห่วงหรือเปล่า เพราะว่าเป็นคนรู้จักด้วยทั้งคู่ ?
“ไม่รู้สิ จริงๆ ในส่วนของผมมันก็ผ่านมานานแล้วนะ และสำหรับยิปเขาก็เป็นคนที่สามารถดูแลตัวเองได้

ดังนั้นผมจึงคิดว่าเขาน่าจะเข้มแข็ง แต่อีกมุมหนึ่งเขาเองก็เป็นคนที่จริงจังกับความรักเหมือนกัน ดังนั้นถ้าหากมันไม่เวิร์ค

เขาก็คงจะเสียใจมาก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังเชื่อว่า เขารู้ว่าเขาจะต้องทำยังไง ให้ชีวิตเขาสามารถเดินหน้าไปต่อได้”

ก่อนหน้านี้ยิปซีเขาได้เข้ามาปรึกษาเราบ้างหรือเปล่า เรื่องความรัก ?
“เราคุยกันบ้างครับ แต่ไม่ได้คุยเรื่องอะไรพวกนั้นเลย เพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน รวมถึงพี่ฌอห์ณเขาก็เป็นพี่ที่ผมเคารพเหมือนกัน”

แต่ล่าสุดมันมีข่าวออกมานะว่า ที่เขาเลิกกันเป็นเพราะยิปซียังคุยกับคนรักเก่าอยู่ ซึ่งมันก็ทำให้หลายคนพุ่งเป้ามาว่า น่าจะเป็นเรา ?
“ไม่ใช่ผมแน่ๆ ครับ เพราะความถี่ในการคุยกันของเราแค่สองครั้งต่อปี ดังนั้นไม่น่าจะใช่ผมหรอก”

ทุกวันนี้ตัวเราเองยังสนิทกับฌอห์ณเหมือนเดิมหรือเปล่า ?
“ตอนที่เล่นละครก็สนิทกันครับ แต่พอแยกกันไปทำงานของแต่ละคน เราก็แทบไม่ได้ติดต่อกันสักเท่าไหร่ อารมณ์เหมือนเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันในตอนนั้น และพอมันผ่านไปก็ไม่ได้อะไรแล้ว”

ด้วยความที่ข่าวมันออกมาในลักษณะนี้ เรากลัวคนของเราเข้าใจเราผิดไหม ?
“ไม่มีทางหรอกครับ เพราะทุกครั้งที่คุยเราก็บอกเขาตรงๆ ว่าวันนี้ได้คุยนะ ยิปเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เราเล่าให้ฟังเลย เพราะผมรู้สึกว่ามันผ่านไปแล้ว

และถ้าเราอยากรู้เรื่องของเขาบ้าง เราก็ควรที่จะต้องเล่าเรื่องของเราให้เขาฟังด้วยเหมือนกัน”

สรุปก็คือตอนนี้เราเองก็มีคนคุยอยู่ เพียงแค่ยังไม่มีโอกาสได้เปิดตัว ?
“ครับ ผมรู้สึกว่าให้ความสัมพันธ์มันเรียบง่ายแบบนี้ดีกว่า เพราะมันเป็นชีวิตอีกพาร์ตหนึ่งของผม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่ได้ปิดบังอะไรมาก

เรายังคงใช้ชีวิตปกติ ไปไหนมาไหนด้วยกันปกติ แค่ไม่โชว์ให้ใครเห็นหรือไม่มีความคิดว่าจะต้องออกสื่อก็เท่านั้นเอง”

อย่างตอนนี้คนของเราเขาเรียนอยู่ต่างประเทศ ตัวเราเองมีแพลนที่จะไปหาเขาไหม ?
“ยังไม่มีแพลนเลยครับ ตอนนี้ทำงานหนักมากจริงๆ มันเลยทำให้ไม่สามารถแพลนล่วงหน้านานๆ ได้ แต่ตัวเขาเองอาจจะมีแพลนกลับมาไทยนะ”

ส่วนตัวเราเองกลัวระยะห่างจะทำให้รักเปลี่ยนไปหรือเปล่า ?
“นั่นมันไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้คนเราไม่คุยกัน แต่น่าจะเป็นเรื่องอื่นมากกว่า ความห่างอาจจะทำให้เกิดเรื่องอื่น แล้วถ้าเรื่องอื่นนั้นเราเคลียร์กันไม่ได้ ผมว่าน่าจะอย่างนั้นมากกว่า”

แสดงว่าทุกวันนี้เราทั้งคู่ต่างก็ไว้ใจกันและกัน ?
“ใช่ครับ เราไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องนี้ ถ้าความรู้สึกเปลี่ยนไป เราก็จะไม่ฝืนกันและกัน”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com/

เท่ง เถิดเทิง ออกสื่อแล้ว หลังถูกเมียจับได้ แอบซุกกิ๊กสาว

เท่ง เถิดเทิง กลายเป็นประเด็นร้อนแรงและชวนสงสัยว่าตกลงเรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่ หลังจาก มาลา พงษ์สุวรรณ ปรากฏเป็นภาพของหญิงสาวปริศนาสวมชุดสีฟ้า กำลังปีนบันไดหนีในห้องพร้อมด้วยข้อความ ภาพผู้หญิงคนหนึ่ง พร้อมด้วยข้อความ

เท่ง เถิดเทิง กลายเป็นประเด็นร้อนแรงและชวนสงสัยว่าตกลงเรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่ หลังจาก มาลา พงษ์สุวรรณ ภรรยาสาว ได้โพสต์ภาพลงในอินสตาแกรม @mala_chimi ได้ปรากฏเป็นภาพของหญิงสาวปริศนาสวมชุดสีฟ้า กำลังปีนบันไดหนีในห้องพร้อมด้วยข้อความ

ภาพผู้หญิงคนหนึ่ง พร้อมด้วยข้อความ “ให้ทายว่าภาพนี้เป็นภาพอะไร…เป็นภาพคน.จ.ร.เขาแอบคบชู้กัน โดนเมียจับได้บุกพังห้อง เลยต้องปีนกำแพงหนี ผู้หญิงเร็ว ผู้ชายก็เลวเห็นเขาตอนปีนหนีแล้วน่าสงสารจัง เกือบตกมาตาย”

เท่ง

ตามมาด้วยบุคคลที่อ้างว่าเป็น น้องภรรยา ได้ออกมาตอบคอมเมนท์ในภาพด้วยข้อความสุดแซ่บ ประหนึ่งเป็นการสาวไส้พี่เขยที่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับพี่สาวตัวเอง

ล่าสุด เท่ง เถิดเทิง ได้ปรากฏตัวแล้วในอินสตาแกรมของ โหน่ง ชะชะช่า เป็นการวิดีโอคอลคุยกับ หม่ำ จ๊กมก โดยบอกว่า “เดี๋ยวเจอกันนะพ่อใหญ่”

ส่วนในอินสตาแกรมซึ่งคาดว่าเคยเป็นของ เท่ง เถิดเทิง แต่ภรรยาอาจนำไปเปลี่ยนชื่อและโปรไฟล์

ได้มีการเคลื่อนไหวเช่นกันแต่เป็นการโพสต์ภาพของลูกๆ หลานๆ ไม่มีการโพสต์ภาพของ เท่ง เถิดเทิง มาสักระยะแล้ว

ก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวดังกล่าวจะเป็นจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวนี้นะจ๊ะ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ณเดชน์ ตอบคำถามแค่ขำๆจน “ญาญ่า” ถูกแซว วางแผนมีลูกสองยังอีกไกล

ณเดชน์ คูกิมิยะ ได้เคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากจะแต่งงานตอนอายุ 30 ปี และวางแผนไว้ว่าอยากมีลูก 2 คนด้วยกัน ซึ่งก็ทำให้ทางด้านนางเอกคู่ขวัญอย่าง ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ถูกแซวไปด้วย

ณเดชน์ จึงได้ออกมาชี้แจงให้ฟังว่า ทั้งหมดที่ตอบไปนั้นเป็นแค่ความฝันลึกๆ ซึ่งตนก็ตอบแบบขำๆ กับนักข่าว เพราะตอนนี้ยังคงทำแต่งานและทุกอย่างก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต ไม่สามารถไปทำตามที่เราฝันได้เป๊ะๆ

ณเดชน์

ทริปอุดรมีคนมาแซวว่าถือกระเป๋าให้น้องที่สนามบิน ?

“อ๋อ… ถือกระเป๋า จริงๆ แล้วถ้าใครถืออะไรหนักๆ ผมก็จะเสนอตัวช่วยอยู่แล้วครับ แล้วแต่ว่าใครจะให้ช่วยหรือเปล่าเท่านั้นเอง”

ถือทั้งวันเลยไหม ?

“ไม่ๆ ครับ เฉพาะที่เราเห็นว่าลำบาก ก็ทำตามสิ่งที่เราเป็น”

คนไม่ค่อยเห็นเราหวานๆ แบบนี้ ?

“ก็อาจจะไม่คอยได้ไปอะไรแบบนี้ซะมากกว่า อันนี้ก็ไปแบบชิวๆ ด้วย”

จังหวะนั้นเราเข้าไปช่วยหรือยังไง ?

“จริงๆ แล้วเราเป็นคนที่ชอบดูแลคนอื่นอยู่และ จะไม่ให้คนอื่นถืออะไร เพราะว่าบางทีลงรถเกะกะ เร็วๆ หน่อย เราก็บอกว่าไม่เป็นไป ลงไปเลยเดี๋ยวเราถือเอง เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”

ก่อนหน้านี้เราเคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากแต่งงานตอนอายุ 30 ?

“ตอนสมัยนานมากแล้วไม่ใช่เหรอ”

ล่าสุดที่ตอบคำถามกันว่าอยากมีลูกสองคน ?

“อ๋อ… อันนั้นก็เป็นอะไรขำๆ ที่เขาให้ตอบ ตอบอะไรไปก็ได้ ตอบไปเลย เราก็ตอบอะไรก็ได้”

แล้วทุกวันนี้ ?

“ผมว่าหลายๆ อย่างให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ดีกว่า ตัวผมเองยังไม่ได้ไปคิดเรื่องนี้

คือผมว่าทุกคนคงต้องมีความคิดความฝัน ทุกคนคงเคยคิดหรือแพลนไว้ แต่พอสุดท้ายแล้วมันไม่ได้ โอกาสมันยังไม่ใช่

ผมว่าก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมานั่งมุ่งมั่น ว่าอายุเท่านี้ กับใครกับคนไหน หรืออายุเท่าไหร่ งานแต่งงานจะเป็นยังไง งบประมาณต้องเท่าไหร่ มันไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องมานั่งคิดตอนนี้เลยครับ”

พอเราตอบว่าอยากมีลูกสองคน แฟนคลับก็ฟิน เอ๊ะยังไง คิดไปถึงเรื่องนั้นแล้ว ?

“ก็แซวเขาเล่นไปครับ ไม่ได้มีอะไร”

จริงๆ อยากมีสองคนไหม ?

“ไม่รู้นะ ผมว่าการที่เราจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ยุคสมัยนี้มันก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่เด็กๆ ต้องระมัดระวังด้วย

เพราะฉะนั้นการจะมีลูกคนหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เหมือนกัน โรงเรียนก็ต้องพร้อม เราจะดูแลยังไง วางแผนเยอะ เงินก็ต้องมี “

แต่ยังไม่ถึงขั้นนั้น ?

“ยังครับ”

ก่อนจะมีลูก แต่งงานเมื่อไหร่ก่อนดีกว่า ?

“ใช่ครับ ตอนนี้ยังไม่ได้คิดนะครับ เคยคิดว่าถ้าหัวล้านตอนนี้ก็คงไม่ได้เป็นนักแสดงแล้ว ขำๆ อะไรประมาณนี้ คิดแค่นี้เองครับ”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com/

โสดแล้ว แซ่บเวอร์ “แก้มบุ๋ม” ใส่ซีทรูแหวกอก ประกาศความเซ็กซี่

โสดแล้ว แซ่บเวอร์ แก้มบุ๋ม ปรียาดา หลังเลิกรากับหนุ่ม ขุน ชานนท์ ซึ่งถึงแม้ว่าเรื่องราวจะจบลงแบบไม่สวย ฝ่ายแก้มบุ๋มที่ออกมาแฉเรื่องราวความรักแบบสุดแซ่บผ่านโซเชียล

โสดแล้ว แซ่บเวอร์ เพราะเธอเดินหน้าดำเนินชีวิตต่อไป เพิ่งจะครองสถานะโสดไปไม่นาน กลับมาทำงานแบบโสดๆ สวยๆ แบบไม่เสียดายเวลาที่คบกัน กลับมาแฮปปี้กับการใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้เร็วมาก

โสดแล้ว

และล่าสุดยังเห็นแก้มบุ๋ม ลุกขึ้นมาโพสต์รูปสุดแซ่บ เซ็กซี่กว่าเดิม กับชุดซีทรู แหวกอกอึ๋ม โชว์รูปร่างสุดเป๊ะ

ยืนถ่ายรูปเซลฟี่หน้ากระจกและบอกว่าโตแล้วเผ็ดได้ เรียกว่าไม่ค่อยเห็นลุคนี้ของแก้มบุ๋มจริงๆ

สวยแซ่บแบบนี้รับรองว่าแก้มบุ๋มโสดไม่นานแน่นอน คอมเมนต์ภาพนี้เยอะมาก แซ่บแค่ไหนดูจากสายตาคนข้างหลังที่มองแรงมากจริงๆ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://www.sanook.com

โทโยฮิโร่ อินะ กองเชียร์ไทย ชาวญี่ปุ่น หัวใจไทย วัย 50 ปี

โทโยฮิโร่ อินะ กองเชียร์ไทย ชาวญี่ปุ่นวัย 50 ปี ที่เดินทางมาเชียร์นักฟุตบอล ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ในการแข่งขันฟุตบอล “โตโยต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ 2018”

โทโยฮิโร่ อินะ เผยว่า“จุดเริ่มต้นในการเชียร์นักกีฬาไทย เกิดจากการที่เมื่อ 2 ปีก่อน ทีมเบสบอลทีมชาติไทย เดินทางมาแข่งขันที่ญี่ปุ่น ปรากฏว่าไม่มีกองเชียร์ไทยเลย ทำให้ตนเห็นใจและหันมาเชียร์ไทยนับแต่นั้น”

โทโยฮิโร่

“ซึ่งต่อมาตนก็เริ่มเดินทางไปเชียร์นักกีฬาไทย ในการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ ทั้งซีเกมส์ 2013 ที่พม่า และ ซีเกมส์ 2015 ที่สิงคโปร์”

สำหรับ กองเชียร์ชาวญี่ปุ่นรายนี้ ปัจจุบันย้ายกลับมาอยู่ที่จังหวัดไอจิ บ้านเกิด โดยในอดีตเคยเดินทางไปทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

และใช้ชีวิตที่ประเทศไทย เป็นเวลา 2 ปีครึ่ง โดยยอมรับว่าหลงรักประเทศไทยเข้าเต็มเปา

ส่วนในวันพรุ่งนี้เจ้าตัวอาจจะไม่ได้มาเชียร์เจ้าหนูทีมไทย ในการแข่งขัน โตโยต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ 2018

ที่สนามเพราะว่ามีกำหนดการจะเดินทางไปเชียร์นักกีฬาไทย “โฆษิต เพชรประดับ” ในการแข่งขัน แบดมินตัน เจแปน โอเพ่น ที่โตเกียว หากนักตบลูกขนไก่ไทย สามารถทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้

นอกจากนี้กองเชียร์ไทยสายเลือดญี่ปุ่นยังทิ้งท้ายว่าในอีก 8 ปี จังหวัดไอจิของเขาจะได้เป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ 2026 และเขาหวังว่าจะได้ร่วมเชียร์ไปกับคนไทยทุกคนที่นี่อีกครั้ง

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

ล้ำไปอีก ! กับภาพจินตนาการ งานนี้ Ford Mustang Raptor

ล้ำไปอีก ! Ford Everest Raptor งานนี้ Ford Mustang โดนจับมาออกแบบใหม่โดยนักออกแบบอิสระ X-Tomi Design รังสรรค์ใหม่ในชื่อ Ford Mustang Raptor

ล้ำไปอีก ! นักออกแบบอิสระ X-Tomi Design ได้รังสรรค์ผลงานที่น่าสนใจอีกชิ้นคือการจับ Ford Mustang มีตกแต่งในสไคล์ Raptor ด้วยการใช้ตัวถังสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของแรปเตอร์ เปลี่ยนล้อและยางใหม่ โปร่งล้อดำด้าน กระจังหน้าประทับโลโก้ FORD ขนาดใหญ่ เสริมความแข็งแกร่งกันชนหน้าพร้อมไฟ LED ครบชุด

ล้ำไปอีก

ด้านหน้าแม้จะประทับโลโก้ฟอร์ต แต่ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบกระจังหน้าในแบบฉบับ ฟอร์ด มัสแตง อย่างสมบูรณ์ตัวรถมีความสูงขึ้นมาเยอะล้อขนาดใหญ่ โดยภาพรวมสวยใช้ได้

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.car250.com

เกร็ดความรู้ เล็กๆ ตัวอักษรต้องห้าม ของทะเบียน รถญี่ปุ่น

เกร็ดความรู้ เล็กๆ ทะเบียนรถของประเทศญี่ปุ่น หลักๆก็ประกอบไปด้วยชื่อเขต, เลขหมวดหมู่, ตัวอักษร และหมายเลขทะเบียน ถึงภาพลักษณ์ของคนญี่ปุ่นจะดูเป็นชนชาติที่ล้ำนำสมัย

เกร็ดความรู้ เล็กๆ เคยเห็นทะเบียนรถของประเทศญี่ปุ่นกันหรือเปล่าเอ่ย? หลักๆก็ประกอบไปด้วยชื่อเขต, เลขหมวดหมู่, ตัวอักษร และหมายเลขทะเบียน ถึงภาพลักษณ์ของคนญี่ปุ่นจะดูเป็นชนชาติที่ล้ำนำสมัย ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ที่จริงแล้วคนญี่ปุ่นก็มีความเชื่อส่วนตัวอยู่ในหลายๆ เรื่องรวมถึงเรื่องทะเบียนรถด้วย ไปดูกันดีกว่าว่าทะเบียนรถของคนญี่ปุ่นเขาไม่ใช้ตัวอักษรอะไรกันนะ

เกร็ดความรู้

ตัวอักษรที่ใช้บนทะเบียนรถของคนญี่ปุ่นจะเป็นตัวอักษรชนิด “ฮิรากานะ” (ひらがな) โดยจะมีตัวอักษรฮิรากานะอยู่ 4 ตัวที่ไม่มีการนำเอามาใช้เป็นตัวอักษรในทะเบียนรถนั่นก็คือ 「お」「し」「へ」「ん」 ส่วนตัวอักษรที่เหลือก็จะมีการแบ่งหมวดหมู่ในการใช้ที่ค่อนข้างชัดเจน

โดยแถว 「あ」 กับ 「か」 จะใช้กับรถที่ใช้กับกิจการต่างๆ เช่น รถส่งพัสดุ, แท็กซี่, รถประจำทาง เป็นต้น ส่วนตัวอักษรตั้งแต่แถว 「さ」 จะใช้กับรถส่วนบุคคล สุดท้ายตัวอักษรแถว 「わ」 กับ 「れ」 จะใช้กับทะเบียนรถให้เช่า เช่น รถเช่า เป็นต้น

มาพูดถึงเหตุผลที่กรมการขนส่งของประเทศญี่ปุ่นไม่นำเอาตัวอักษร 「お」「し」「へ」「ん」 มาใช้กับทะเบียนรถกันบ้างดีกว่า ซึ่งก็มีเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อมาเกี่ยวข้องด้วย ตัวแรกเลยที่คนญี่ปุ่นไม่เลือกนำมาใช้เป็นตัวอักษรบนทะเบียนรถก็คือ 「し」 (Shi) ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นมีเสียงพ้องกับคำว่า “ตาย” จึงถือว่าไม่เป็นมงคลนั่นเอง

นอกเหนือจากเรื่องความเชื่อก็มีเหตุผลอื่นๆ ด้วย เช่น ตัว 「ん」 (N) ที่ไม่ถูกนำมาใช้ก็เป็นเพราะออกเสียงลำบาก ส่วนตัว 「お」 (O) ก็มีหน้าตาเหมือนกับตัว 「あ」 เกินไปซึ่งทำให้อ่านผิดหรือมองผิดได้ ส่วนตัวสุดท้ายก็คือ 「へ」 (He) ซึ่งว่ากันว่ามีเหตุผลเพราะ ไปพ้องเสียงกับคำว่า “ตด” ในภาษาญี่ปุ่น จึงไม่ถูกนำมาใช้ทำเป็นทะเบียนรถด้วยเช่นกัน

 

นอกจากจะได้ความรู้เกี่ยวกับเลขทะเบียนของคนญี่ปุ่นแล้ว ยังได้รู้เกี่ยวกับความเชื่อเล็กๆ น้อยๆ ของคนญี่ปุ่นผ่านทะเบียนรถกันด้วยนะเนี่ย และถ้าเพื่อนๆ คนไหนได้ไปญี่ปุ่น และพอจะอ่านอักษรญี่ปุ่นออกแล้วละก็ อย่าลืมแอบสังเกตดูนะคะว่ารถแต่ละคันที่คุณเจอ หรือคุณนั่งเป็นรถชนิดไหนผ่านตัวอักษรบนป้ายทะเบียนรถกันนะคะ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://auto.sanook.com

ภาพหลุด Honda HR-V 2019 เวอร์ชั่นไฟฟ้า (EV) จ่อเปิดตัวในจีน

ภาพหลุด Honda HR-V 2019 เวอร์ชั่นขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (EV) เตรียมวางจำหน่ายในประเทศจีน

ภาพหลุด Honda HR-V ดังกล่าวเป็นภาพสำหรับจดสิทธิบัตร ซึ่งมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกออกแบบมาสำหรับขุมพลังไฟฟ้าโดยเฉพาะ เห็นได้จากกระจังหน้าตกแต่งด้วยสีฟ้าแบบไม่มีช่องระบายอากาศ กันชนหน้าดีไซน์ใหม่หมดจด ไฟท้ายตกแต่งด้วยสีฟ้า ซึ่งเป็นแนวทางการตกแต่งรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าหลายๆ รุ่นของฮอนด้า

ภาพหลุด

ก่อนหน้านี้มีการเผยโฉมรถตันแบบ Honda Everus EV Concept เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งใช้พื้นฐานมาจาก Honda HR-V แต่มีการปรับดีไซน์ต่างไปจากเวอร์ชั่นปกติเล็กน้อย ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลสเป็คและรายละเอียดสมรรถนะในขณะนี้

 

ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าวจะถูกทำตลาดด้วยแบรนด์ Everus ภายใต้เครือ GAC Honda และจะมีจำหน่ายเฉพาะประเทศจีนเท่านั้น

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://auto.sanook.com/

Lexus ES 2019 ใหม่ เริ่มใช้กล้อง DOM แทนกระจกมองข้าง จ่อขายจริงตุลาคมนี้

Lexus ES 2019 ใหม่ จะถูกติดตั้งกล้องมองภาพแทนกระจกมองข้างเป็นรุ่นแรกของโลก เตรียมวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นในเดือนตุลาคมนี้

Lexus ES 2019 ใหม่ จะเป็นรถยนต์รุ่นแรกของเล็กซัส และยังระบุว่าเป็นรถโปรดัคชั่นรุ่นแรกของโลกที่นำเทคโนโลยีกล้องมองภาพ Digital Outer Mirrors (DOM) มาใช้แทนกระจกมองข้าง โดยจะแสดงภาพบนหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ที่ติดตั้งไว้บริเวณเสา A-pillar

Lexus

เล็กซัสระบุว่าประโยชน์ที่ได้จากระบบ Digital Outer Mirrors ไม่เพียงเฉพาะความล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังช่วยลดแรงเสียดทานอากาศ ช่วยลดอัตราสิ่นเปลืองและเพิ่มสมรรถนะได้

รวมถึงช่วยลดเสียงลมปะทะได้อีกด้วย ขณะที่มุมภาพจะถูกปรับให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่ประสงค์ที่จะเปลี่ยนเลนหรือถอยหลัง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น เช่นเดียวกับการช่วยเพิ่มทัศนวิสัยขณะขับขี่ท่ามกลางสายฝน

อย่างไรก็ดี เทคโนโลยีดังกล่าวยังคงขัดต่อกฎหมายในหลายประเทศ ที่บังคับให้รถทุกคันต้องติดตั้งกระจกมองข้างแบบดั้งเดิม ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นเองมีการอนุมัติให้ผู้ผลิตสามารถติดตั้งระบบกล้องมองภาพแทนที่กระจกมองข้างได้มากว่า 2 ปีแล้ว

ระบบดังกล่าวจะเริ่มติดตั้งจริงใน Lexus ES 2019 เวอร์ชั่นญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://auto.sanook.com/

อีซูซุ D-Max X-Power 2018 ใหม่ พร้อมชุดแต่งพิเศษวางขายแล้วที่จีน

อีซูซุ D-Max X-Power 2018 ใหม่ เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วที่ประเทศจีน พร้อมทั้ง MU-X X-Power 2018 เวอร์ชั่นพิเศษด้วย

อีซูซุ D-Max X-Power 2018 ใหม่ ถูกวางให้เป็นรถปิกอัพเพื่อการใช้งานเชิงไลฟ์สไตล์ ถูกตกแต่งภายนอกด้วยชุดแต่งสีเขียวมะนาวบริเวณกันชนหน้าและล้ออัลลอย รวมถึงกระจังหน้าสีดำ, ฝาครอบกระจกข้างสีดำ, ล้ออัลลอยสีดำ, มือเปิดประตูสีดำ เป็นต้น

อีซูซุ

ภายในห้องโดยสารของรุ่น X-Power ถูกออกแบบให้มีสีดำตัดด้วยสีเขียวมะนาวบนแผงคอนโซลและเบาะนั่ง ดูบอลออนไลน์ ขณะที่ตัวเบาะและแผงประตูถูกตัดเย็บแบบไขว้เพิ่มความหรูหรา

 

Isuzu D-Max X-Power 2018 มีเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 176 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด จาก Aisin และเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้เลือก

 

ขณะที่ Isuzu MU-X X-Power 2018 มาพร้อมตัวถังสีเทาตกแต่งด้วยชิ้นส่วนสีดำ เช่น ฝาครอบกระจกมองข้าง, กระจังหน้า, มือเปิดประตู ฯลฯ ตัดกับสีส้มบริเวณกันชนหน้าและล้ออัลลอยเพิ่มความโดดเด่น

ภายในห้องโดยสารถูกติดตั้งเบาะนั่งหุ้มหนังสลับหนังกลับ พร้อมตกแต่งแผงประตูด้วยสีส้มเช่นเดียวกับภายนอก สามารถเลือกได้ทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

 

ขุมพลังของ MU-X X-Power 2018 มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.9 ลิตร กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 360 นิวตัน-เมตร

และเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร เช่นเดียวกับ D-Max ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด จาก Aisin และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

ราคาจำหน่าย Isuzu D-Max X-Power 2018 อยู่ระหว่าง 198,800 – 219,800 หยวน หรือราว 985,000 – 1,089,000 บาท

ขณะที่ MU-X X-Power 2018 มีราคาอยู่ที่ 242,800 – 284,800 หยวน หรือราว 1,203,000 – 1,411,000 บาท

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://auto.sanook.com