แคทรียาอิงลิช หันขี่มอเตอร์ไซค์ เล่านาทีชีวิตถูกรถทัวร์เบียดเฉียดตัวไปนิดเดียว

แคทรียาอิงลิช หันขี่มอเตอร์ไซค์ เล่านาทีชีวิตถูกรถทัวร์เบียดเฉียดตัวไปนิดเดียว

งานนี้ทำเอา แคทรียา อิงลิช ถึงขั้นเดือดออกมาไลฟ์ผ่าน อินสตาแกรม ส่วนตัว หลังเจอเหตุการณ์เกือบโดนรถทัวร์ทับขณะขี่มอเตอร์ไซต์ ล่าสุด งานซุปตาร์แฟชั่นสุดยิ่งใหญ่ 16 ปี ฟินนาเล่เวดดิ้งสตูดิโอ ที่ แคทรียา เดินทางมาร่วมงาน เจ้าตัวขอออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า

“จริงๆ แล้วเราอยู่ในเลนที่ถูกต้อง ตรงนั้นเป็นถนนที่แคบมาก แล้วมีรถเสียอยู่อีกฝั่งหนึ่ง รถทัวร์ก็แซงเข้ามาในเลนของเรา ซึ่งเราเป็นมอเตอร์ไซค์แล้วอยู่คันแรกด้วย เราคิดว่าเขาจะหยุดให้เราผ่านไปก่อน แต่เขาก็มาเรื่อยๆ ไม่หยุด ปรากฏว่าเราหลีกเลี่ยงเขาไม่ได้ เพราะรถเขาคันใหญ่แล้วก็ติดอีกฝั่ง เราก็พยายามที่จะถอยแต่ก็ติดรถคันหลัง เราก็พยายามที่จะบอกให้เขาถอย แล้วในซอยรถติดยาว แต่คือเขาพุ่งมาอย่างเดียวเลย เราก็งงว่าเขาไม่แคร์เราเลยเหรอ แคทก็เลยเอี้ยวตัวหลบให้ เขาก็เฉียดตัวเราไปนิดเดียวเอง”

“จากนั้นเขาก็เปิดกระจก เราก็นึกว่าเขาจะชะโงกออกมาดูว่าจะชนเราหรือเปล่า คิดว่าเขาเป็นห่วงเรา แต่เปล่าเลยเขาเปิดกระจกมาด่า เดี๋ยวนะ คุณคร่อมมาในเลนเรานะ ยังมาด่าเราแบบหยาบๆ ด้วย คนขับเป็นผู้ชายมีอายุ แล้วด่าเราด้วยคำหยาบด้วย จนแคทรู้สึกว่าสังคมบนท้องถนนแย่ขึ้นทุกวัน ยิ่งขี่มอเตอร์ไซค์ยิ่งเห็นนิสัยที่แท้จริงของคนยิ่งเห็นความไร้น้ำใจ 80-90 เปอร์เซ็นต์ไม่ยอมเปิดไฟเลี้ยว ชอบเล่นมือถือเวลาขับรถ ไม่สนใจ ไม่มีสมาธิในการขับรถ ใจร้อน เป็นสังคมแห่งการก้มหน้า และอาจจะเสพข่าวที่ค่อนข้างลบพอสมควร ทำให้คนจิตตก และไม่เห็นใจเพื่อนมนุษย์ จนทำให้เรารู้สึกแย่”

คิดไหมว่าถ้าวันนั้นมีเรื่องขึ้นมาจริงๆ จะเป็นยังไง?

“แคทมีปัญหาแน่นอนค่ะ เอาให้ถึงที่สุด คือเรารถเล็กแล้วเขาก็เห็นด้วยว่าเราเป็นผู้หญิง แต่เขาพูดจาหยาบคายมาก”

เขาไม่รู้จักเรา?

“เราใส่หมวกกันน็อคแล้วปิดหน้าไว้เขาก็เลยไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ไม่ว่าจะเป็นแคท หรือใครไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม คุณเป็นรถใหญ่ แล้วเราอยู่ในเลนที่ถูกต้อง คุณคร่อมเข้ามาในเลนของเรา คุณทำผิดกฎจราจร จริงๆ คุณต้องรอให้เราผ่านไปก่อน เขาถึงจะแซงมาได้ กฎหมายบ้านเราอ่อนมาก”

แคทรียาอิงลิช หันขี่มอเตอร์ไซค์ เล่านาทีชีวิตถูกรถทัวร์เบียดเฉียดตัวไปนิดเดียว

จำทะเบียนหรือรายละเอียดรถเขาได้ไหม?

“ไม่ได้ เพราะมัวแต่ตกใจ เอาตัวรอดก่อน คิดแค่ว่าจะทำยังไงไม่ให้รถทับ เพราะพื้นที่ตรงนั้นแคบมาก เขาเบียดเข้ามาเรื่อยๆ โดยไม่ได้สนใจว่าเราจะล้มหรือจะยังไง หลังเกิดเรื่องก็ไม่ได้ไปลงบันทึกประจำวันอะไร เพราะนึกอะไรไม่ออก โทรหาแม่ โทรหาเพื่อน ถามจะทำยังไงดี ทุกคนก็ถามว่าได้จดทะเบียนรถไหม เราก็บอกว่าเราขับรถอยู่ ไม่ได้จับมือถือ”

แสดงว่าตอนที่ไลฟ์คือโกรธมาก?

“ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจว่าสังคมของเรากลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว ไม่สนใจกฎหมาย ไม่แคร์กฎจราจรเลย”

หลังจากนั้นได้ติดตามผลไหม?

“ไม่ได้ติดตามค่ะ ช่างเถอะ นึกในใจว่าคนเหล่านี้บางทีเขาอาจจะมีขยะในชีวิตเยอะจนไม่รู้จะไประบายที่ไหน บังเอิญเราเป็นถังขยะตรงนั้นพอดีเขาเลยปลดปล่อยขยะใส่เรา ไม่เป็นไร ช่างเถอะ”

เวลาขี่มอเตอร์ไซค์เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยไหม?

“ส่วนใหญ่จะชอบปาดหน้าหรือไม่ก็ขับจี้ แคทเป็นคนที่คอยสังเกตการณ์รอบด้าน จะใช้ไฟเลี้ยวตลอดเวลา เพราะไม่อยากให้รถคันหลังหรือคนข้างๆ ชน บอกให้เขารู้ว่าเรากำลังจะไปทางไหน ความจริงแคทอยากให้รถยนต์เป็นแบบนี้ หัดใช้ไฟเลี้ยวกันบ้าง คนอื่นจะได้รู้ และระมัดระวัง”

ครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์เฉียดตายที่สุดไหม?

“เหตุการณ์อื่นๆ ก็มีค่ะ แต่ช่างเถอะ ปล่อยไป เราปลอดภัยแล้ว”

มีโมเมนต์ที่คิดว่าจะไม่ขี่แล้วไหม?

“ไม่ค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังขี่อยู่ เราเน้นความสะดวก ถ้ามีงานแล้วบอกว่าอีก 15 นาทีถึงคือถึงแน่นอน แต่ถ้าขับรถยนต์อาจจะใช้เวลา 2 ชั่วโมง อาจจะเครียดกว่า”

อยากฝากอะไรถึงคนขับขี่มอเตอร์ไซค์บนท้องถนนไหม

“ขับขี่กันด้วยความระมัดระวัง ระวังทั้งตัวเราและคนอื่น ใช้ไฟเลี้ยว เคารพกฎจราจร ใส่หมวกกันน็อค รถยนต์ก็เหมือนกันนะคะ อย่าเล่นมือถือ ตั้งใจขับรถ เพื่อความปลอดภัยของเราและคนอื่นด้วย”

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com